กมธ.ยกร่างฯ ตีกรอบปฏิรูปการศึกษา แก้เหลื่อมล้ำ-สร้างความเป็นธรรม..!!


กมธ.ยกร่าง รธน.เดินหน้าตีกรอบปฏิรูปการศึกษา แก้ความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม หลังการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาไทยตามหลังลาว โดยให้มีเป้าหมายกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้ชัดเจน กำหนดให้ใน รธน. ...

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.58 นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า น่าวิตกกังวลอย่างมากเมื่อผลการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยในปี 57 โดย "เวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม" ที่ให้ไทยอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน ถดถอยจากปี 56 ที่อยู่ในอันดับที่ 6 โดยมีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขยับไปแทนที่ ขณะที่อันดับโลกอยู่ในอันดับที่ 86 มีคำถามว่าทำไมคุณภาพการศึกษาของไทยรั้งท้ายเช่นนี้ ทั้งที่การจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการศึกษาของไทยมีจำนวนมากนับเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยหวังพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ แต่ปรากฏว่าไม่บรรลุผลตามที่วางเอาไว้ เพราะการออกแบบให้รัฐเป็นผู้จัดการศึกษา รวมไปถึงความไม่จริงจังในการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาอย่างแท้จริง อีกทั้งระบบการศึกษาดูแลเฉพาะประชากรในวัยเรียนที่อยู่ในระบบการศึกษา โดยขาดการเชื่อมโยงไปสู่ประชากรนอกระบบการศึกษาที่จำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสัมมาชีพและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นสาเหตุสำคัญทำให้มาตรฐานคุณภาพการศึกษาตกต่ำ ทั้งที่การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำได้

นพ.ชูชัย กล่าวอีกว่า ทำให้ กมธ.ยกร่างฯ บรรจุแนวทางการปฏิรูปศึกษาและพัฒนามนุษย์เป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนา ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สปช. ได้เสนอมา โดยมีเป้าหมายให้มีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาและความรับผิดชอบต่อ ผลลัพธ์ไปสู่สถานศึกษาให้มากขึ้น รวมถึงแยกบทบาทของหน่วยกำหนดนโยบายและหน่วยปฏิบัติให้ชัดเจน โดยหน่วยกำหนดนโยบายใหม่ที่จะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ความล้มเหลวในการจัดการศึกษา คือ ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษา ที่มีสาเหตุมาจากการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ ไว้ที่ส่วนกลาง ทั้งด้านงบประมาณ บุคคล และหลักสูตรการเรียนการสอน จนสถานศึกษาไม่สามารถบริหารจัดการให้บรรลุถึงคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ และยังเป็นเหตุที่มาของการทุจริตในระบบการศึกษาจนยากที่จะแก้ไข

นพ.ชูชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้แล้วระบบการศึกษาในปัจจุบันยังรองรับกลุ่มเป้าหมายที่จำกัดอยู่ เพียงผู้เรียนในระบบประมาณ 9 ล้านคนเท่านั้น ไม่สอดคล้องต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถ และสมรรถนะของพลเมืองอีกจำนวนมากที่อยู่นอกระบบการศึกษา ด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปหมวดที่ว่าด้วยเรื่องการศึกษา จึงได้พิจารณารับรองสิทธิของบุคคล (ชนชาวไทย) ทางการศึกษาที่มีคุณภาพและหลากหลายอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมสายสามัญ และสายอาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และในส่วนของผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้ยากไร้หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ต้องได้รับสิทธิดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนรัฐมีหน้าที่ต้องจัดการศึกษาอบรมและส่งเสริมการจัดการศึกษาขององค์กร วิชาชีพหรือเอกชนเพื่อให้ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง การศึกษาทางเลือก และการศึกษาประเภทอื่นที่หลากหลาย สำหรับสิทธิของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยจะได้รับ สิทธิทางการศึกษาเช่นกันตามที่รัฐจัดให้ตามความเหมาะสมซึ่งจะต้องไปออกกฎหมายรองรับต่อไป โดยสิทธิทางการศึกษาในรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้นั้น จะนำไปพิจารณาเชื่อมโยงกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตลอดจนหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมต่อไปอีกด้วย

นพ.ชูชัย กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการปฏิรูปที่ กมธ.ยกร่างฯ ให้ความเห็นชอบ มีสาระสำคัญคือ (1) จัดให้มีคณะกรรมการระดับชาติคือ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ เป็นองค์กรภายใต้กำกับนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้านตลอดชีวิต และกำหนดนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ กลั่นกรองการจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนปรับปรุงบรรดากฎหมาย ที่จำเป็นเพื่อขจัดปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการกระจายอำนาจการจัด การศึกษาให้เป็นจริง (2) จัดให้มีกลไกเพื่อการนำเสนอเชิงนโยบายอย่างมีข้อมูลหลักฐานอ้างอิงที่จะช่วย ให้ถูกทิศทางการพัฒนา ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยระบบการศึกษา และสมัชชาเครือข่ายการศึกษา (3) จัดให้มีสำนักงานบริหารการเงินเพื่อการศึกษาเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อทำหน้าที่วางแผนปรับระบบการใช้งบประมาณเพื่อการศึกษาของรัฐ ให้มีสัดส่วนตรงสู่ผู้เรียนหรือที่หน้างานปฏิบัติมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้น เปิดโอกาสให้มีการระดมทุนทางการศึกษาจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้ปกครองมีอำนาจการตัดสินใจเลือกการศึกษาที่มีคุณภาพ และเพื่อเสริมให้สถานศึกษามีความเป็นนิติบุคคลที่สมบูรณ์และสามารถบริหาร จัดการให้เกิดคุณภาพการศึกษาได้โดยตรง ตลอดจนการจัดให้มีกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้.




กมธ.ยกร่างฯ ตีกรอบปฏิรูปการศึกษา แก้เหลื่อมล้ำ-สร้างความเป็นธรรม..!! กมธ.ยกร่างฯ ตีกรอบปฏิรูปการศึกษา แก้เหลื่อมล้ำ-สร้างความเป็นธรรม..!! Reviewed by ข่าวอัพ ดอทคอม on 07:34 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.