เอาแล้วไง!!! คดีพลิกแล้ว สาวคนที่ถ่ายคลิป เหตุการณ์ "ดีเจเก่ง" ถอยรถชนยาริส เข้าเเจ้งจับเพื่อนและเพจดัง ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก!








นางสาวสุริยาพร อาจยิ่ง อายุ 33 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือดีเจเก่ง ถอยรถกระบะชนคู่กรณีรถยาริส บริเวณถนนไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในโลกโซเซียล เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพจชื่อดัง หลังจากผู้เห็นเหตุการณ์โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะว่า คนขับรถยาริสก็มีส่วนผิด เพราะขับรถปาดหน้ารถกระบะและยั่วยุให้เกิดเหตุ ซึ่งต่อมาเพื่อนของผู้เห็นเหตุการณ์นำข้อความบางส่วนส่งไปให้กับเพจดังกล่าว และเพจดังกล่าวได้นำข้อความไปแชร์ต่อ ทำให้มีคนในโซเชียลมีเดียเข้ามาต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง และด่าทอถึงบุพการีจนได้รับความเสียหายและมอบให้ตนมาแจ้งความ





นางสาวสุริยาพร กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้น้องสาวและครอบครัวเสียหาย จึงมาแจ้งความให้ตำรวจเอาผิดกับเพื่อนของน้องสาว รวมถึงเพจชื่อดังและผู้โพสต์ด่าทอ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะ ข้อความที่ผู้เห็นเหตุการณ์โพสต์นั้นเป็นการบรรยายในสิ่งที่เห็นตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเท่านั้น แต่เพจดังกลับนำข้อความแค่บางส่วนไปแชร์ต่อจนมีผู้เข้ามาโพสต์ด่าจำนวนมาก หลังจากนี้ จะไปแจ้งความต่อกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวสุริยาพร เข้าแจ้งความนั้น นายภัทรศักดิ์ หรือดีเจเก่ง ก็เดินทางมาที่ สน.ดินแดง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.)ร่วมสอบปากคำ





ที่มา khaosods.blogspot.com
เอาแล้วไง!!! คดีพลิกแล้ว สาวคนที่ถ่ายคลิป เหตุการณ์ "ดีเจเก่ง" ถอยรถชนยาริส เข้าเเจ้งจับเพื่อนและเพจดัง ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก! เอาแล้วไง!!! คดีพลิกแล้ว สาวคนที่ถ่ายคลิป เหตุการณ์ "ดีเจเก่ง" ถอยรถชนยาริส เข้าเเจ้งจับเพื่อนและเพจดัง ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก! Reviewed by ข่าวอัพ ดอทคอม on 23:12 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.